ติดต่อเราติดต่อเราFacebookติดต่อเรา

ศาลพระภูมิ สิ่งศักดิ์สิทธิ์กับความเชื่อที่อยู่คู่กระแสเวลาคนไทย

ศาลพระภูมิ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน ทั้งความเชื่อ แล้วความน่านับถือ ศาลนับเป็นสิ่งที่เหล่าคนไทยกราบไหว้บูชามาอย่างช้านาน จุดเริ่มต้นของศาลคือความเชื่อของคนไทยในอดีตที่ว่าทุกที่ที่เราอยู่ ไม่ว่าจะบ้าน ป่า เขา แม่น้ำหรือน้ำตก ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่แบบไหน ล้วนแต่มีสิ่งที่เรียกว่าผีอยู่ทุกที่ ผีมีทั้งดีและร้าย แบ่งกันตามความเชื่อ ความกลัว ความศรัทธา บาปบุญคุณโทษของมนุษย์ ซึ่งในอดีตกาลยังไม่มีศาลให้คนกราบไหว้บูชา แต่คนกราบไหว้บูชาผีประจำพื้นที่ เพื่อให้คุ้มครอง และดูแลเวลาไปในสถานที่ต่าง ๆ

 เมื่อกระแสเวลาเดินคนเริ่มปรับความเชื่อเพื่อให้เข้ากับความคิดที่ต้องการที่ยึดเหนี่ยวเหนี่ยวทางจิตใจมากขึ้น เริ่มมีการตั้งศาล ทั้งศาลเจ้าที่ สำหรับเหล่าผี วิญญาณที่เป็นคนในเครือญาติ ไม่ว่าจะเป็น ปู่ย่า ตายาย และบรรพบุรุษ หรือศาลพระภูมิ ที่ทุกครั้งมีสร้างบ้านเรือนขึ้นมาใหม่ และอยากให้ผี (ทางที่ดี) ที่อยู่ในบริเวณนั้นคอยปกปักรักษา คอยดูแลเรา และให้พรความสุขต่าง ๆ ไม่ว่าจะร่างกายแข็งแรง ร่ำรวยเงินทอง หรือชีวิตที่สงบตลอดการอยู่

เมื่อความเชื่อในศาสนาพุทธกับฮินดูเริ่มผสมรวมกันจนเริ่มมีการเปลี่ยนชื่อผี (ทางที่ดี) ของศาลพระภูมิเป็น “พระภูมิ” เพราะถึงจะนับเป็นผีเหมือนกัน แต่ก็เป็นผีระดับชั้นสูง อีกทั้งบางภูมิภาคก็มีความเชื่อว่า พระภูมิไม่ใช่ผีธรรมดา หากแต่เป็นเทวดาที่คอยช่วยทำหน้าที่ดูแลรักษาสิ่งต่าง ๆ และมีเรื่องเล่าถึงกษัตริย์ท้าวทศราช มีมเหสีชื่อพระนางสันทาทุกข์ ครอบครองกรุงพลี มีโอรส 9 พระองค์ โดยทั้ง 9 พระองค์ถูกแบ่งตามพื้นที่ มีดังนี้

  1. พระชัยมงคล รักษาบ้านเรือน ร้านค้า
  2. พระนครราช รักษาประตูเมือง ป้อม และค่าย
  3. พระเทเพน รักษาคอกสัตว์ โรงช้างม้า วัวควาย
  4. พระชัยศพณ์ รักษาที่เก็บข้าว เสบียงคลัง
  5. พระคนธรรพ์ รักษาเรือนหอคู่รัก
  6. พระธรรมโหรา รักษาทุ่งนา ไร่พืชต่าง ๆ รวมไปถึง ลานป่าเขา
  7. พระเทวเถร รักษา วัดอารม วิหารต่าง ๆ
  8. พระธรรมิกราช รักษาอุทยานและพื้นที่ส่วนผลไม้
  9. พระทาษธารา รักษาพื้นที่เป็นน้ำ ไม่ว่าจะเป้น หนอง คลอง บึงและแม่น้ำ

ซึ่งการสร้างศาลจะถูกสร้างตามพื้นที่ดังกล่าวว่าเป็นพื้นที่แบบไหน เป็นบ้านเรือน จะเป็นพระชัยมงคล เป็นต้น และปัจจุบันมักถูกสร้างคู่กับบ้านเรือนคนไทยมากกว่า อีกความโดดเด่นของศาลพระภูมิที่เป็นเอกลักษณ์เลยคือมี “เสาหนึ่งเดียว” ซึ่งแตกต่างกับศาลเจ้าที่ ที่เปรียบเสมือนบ้านผีเรือนธรรมดาที่มี 4 เสา

การตั้งศาลพระภูมิ

การตั้งศาลพระภูมิต้องตั้งอย่างไร

ศาลพระภูมิ มักจะถูกสร้างต่อเมื่อมีการก่อสร้างพื้นที่ต่าง ๆ แต่ในปัจจุบันผู้คนนิยมสร้างศาลเมื่อมีการสร้างบ้านเรือนขึ้นมาใหม่ เพื่อคุ้มครองดูแลคนที่อยู่อาศัย ให้มีความสุข สงบ ร่างกายแข็งแรงและร่ำรวยเงินทอง ซึ่งการตั้งศาลต้องรู้ว่าตรงไหนตั้งได้ ตรงไหนตั้งไม่ได้ ไม่งั้นจะถือว่าเป็นการไม่เคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และอาจนำมาสู่ความโชคร้ายได้ เพราะฉะนั้นเราจะมองบอกว่าการตั้งศาลพระภูมิควรตั้งที่ไหน และฤกษ์งามยามดีของการตั้งศาล

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนการตั้งศาลพระภูมิ

ขั้นตอนแรกมาคือการพูนดินให้สูง 1 คืบเกลี่ยดินด้วยมือและทำให้แน่น ห้ามใช้เท้าโดยเด็ดขาด และเตรียมน้ำมนต์ไว้พรมบริเวณพื้นดินเพื่อขับไล่ภูติผีปีสาจ ผีร้ายหรือสิ่งชั่วร้ายต่าง ๆ ให้หายไป

จุดที่เหมาะในการตั้งศาลบริเวณบ้านเรือน

  1. ควรเป็นพื้นที่บริเวณผืนดิน ห้ามตั้งบริเวณเดียวกับพื้นของตัวบ้าน แต่ถ้าหากไม่มีพื้นที่ที่เป็นผืนดิน ก็สามารถทำการตั้งศาลบนชั้นดาดฟ้าได้ (แบบที่เรามักเห็นกับตามตึก)
  2. จุดที่ตั้งศาลต้องไม่ถูกเงาของตัวบ้าน
  3. ที่ตั้งของศาลไม่ควรอยู่ใกล้บริเวณห้องน้ำ และอย่าให้ศาลหันหน้าเข้าบริเวณห้องน้ำ
  4. ตั้งศาลให้อยู่ใกล้กับตัวบ้าน และไม่ควรตั้งศาลหันหน้ากับประตูบ้าน
  5. ความสูงของศาลพระภูมิควรอยู่เหนือระดับสายตาของเจ้าของบ้านไปเล็กน้อย

ทิศมงคลของการตั้งศาลพระภูมิ

  • ทิศที่เป็นมงคลกับการตั้งศาลมี 3 ทิศ ได้แก่ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทิศตะวันออก และทิศตะวันออกเฉียงใต้ หากตั้งศาลเข้าสู่ทิศเหล่านี้ มีความเชื่อว่าบ้านจะมีความเจริญรุ่งเรืองตลอดการอยู่
  • ส่วนทิศที่เป็นต้องห้ามในการตั้งศาลพระภูมิเลยคือ ทิศตะวันตก และทิศใต้ ที่เชื่อว่าเป็นทิศของผีสางนางร้าย

วันต้องห้ามของการตั้งศาลพระภูมิ

แน่นอนว่าเมื่อมีทิศต้องห้ามแล้ว วันตั้งศาลก็ต้องมีวันต้องห้ามเช่นกัน โดยวันต้องห้ามในการตั้งศาลจะแบ่งไปตามเดือน ดังนี้

  • เดือนมกราคม วันต้องห้ามคือ วันพุธ และวันศุกร์
  • เดือนกุมภาพันธ์ วันต้องห้ามคือ วันอังคาร
  • เดือนมีนาคม วันต้องห้ามคือ วันจันทร์
  • เดือนเมษายน วันต้องห้ามคือ วันพฤหัสบดี และวันเสาร์
  • เดือนพฤษภาคม วันต้องห้ามคือ วันพุธ และวันศุกร์
  • เดือนมิถุนายม วันต้องห้ามคือ วันอังคาร
  • เดือนกรกฏาคม วันต้องห้ามคือ วันจันทร์
  • เดือนสิงหาคม วันต้องห้ามคือ วันพฤหัสบดี และวันเสาร์
  • เดือนกันยายน วันต้องห้ามคือ วันพุธ และวันศุกร์
  • เดือนตุลาคม วันต้องห้ามคือ วันอังคาร
  • เดือนพฤศจิกายน วันต้องห้ามคือ วันจันทร์
  • เดือนธันวาคม วันต้องห้ามคือ วันพฤหัสบดี และวันเสาร์

สรุป การตั้ง ศาลพระภูมิ

สำหรับการตั้งศาลพระภูมิขึ้นมา ควรหาผู้ประกอบพิธีกรรมการตั้งศาลที่ดีด้วย ควรจะเป็นผู้ที่ปฏิบัติธรรม ถือศีลกินเจ ทำบุญทำทานประจำ มีความซื่อสัตย์สุจริต และยุติธรรม เพื่อทำให้การตั้งศาลเกิดผลที่ดี ส่วนของในการประกอบพิธีนั้นขึ้นอยู่กับผู้ประกอบพิธีด้วยเช่นกัน

แรกเริ่มเดิมช่วงกระแสเวลาของผู้คนในอดีตค่อย ๆ สั่งสมความไม่รู้ ความกลัว ของผู้คน จนเกิดเป็นความเชื่อเพื่อเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจให้คนอยู่รอดได้ และศาลพระภูมิก็เช่นกัน เป็นเหมือนดั่งความเชื่อ และเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจเพื่อสร้างความสบายใจของผู้อยู่อาศัยตามบ้านเรือน สุดท้ายแล้วอาจกล่าวได้ว่าความเชื่อเรื่องภูติผี สิ่งศักดิ์สิทธ์ มีอยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน จนกลายเป็นเหมือนดั่งวัฒนธรรม จารีตประเพณีอันดีงาม และขาดไปไม่ได้สำหรับคนไทยแล้ว

Relate Post

21/04/2026
รูปปั้นแต่งสวน เลือกอย่างไรให้สวย ทน เข้ากับสไตล์สวนแต่ละแบบ

ในงานจัดสวนยุคปัจจุบันรูปปั้นแต่งสวนไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงของตกแต่งเสริมบรรยากาศเท่านั้น แต่ยังถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยกำหนดคาแรกเตอร์และอารมณ์ของสวนทั้งพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นสวนบ้านพักอาศัย รีสอร์ท หรือโครงการภูมิทัศน์ขนาดใหญ่ การเลือกรูปปั้นที่เหมาะสมจึงต้องคำนึงถึงทั้งความสวยงาม ความทนทาน และความสอดคล้องกับสไตล์สวนโดยรวม หนึ่งในวัสดุที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องคือรูปปั้นแต่งสวนปูนปั้น เนื่องจากมีความแข็งแรง ทนต่อสภาพอากาศกลางแจ้ง และสามารถออกแบบลวดลายได้หลากหลาย ตั้งแต่งานคลาสสิกไปจนถึงงานร่วมสมัย อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้รูปปั้นแต่งสวนให้ดูสวยอย่างลงตัว ไม่ใช่เพียงเลือกจากแบบที่ชอบเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาถึงขนาด พื้นที่จัดวาง สไตล์สวน และการใช้งานในระยะยาวควบคู่กันไป บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจแนวคิดในการเลือกรูปปั้นแต่งสวน โดยเน้นมุมมองของงานปูนปั้น เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเลือกใช้งานได้อย่างเหมาะสม ทั้งในด้านความสวยงาม ความคุ้มค่า และความกลมกลืนกับสวนในแบบที่ตั้งใจไว้ จุดเด่นของรูปปั้นแต่งสวนปูนปั้นที่ควรรู้ก่อนเลือกใช้ รูปปั้นแต่งสวนปูนปั้นเป็นงานที่ผสมผสานระหว่างความแข็งแรงของวัสดุและความประณีตของงานฝีมือ จุดเด่นสำคัญของงานปูนปั้นคือความสามารถในการขึ้นรูปและสร้างรายละเอียดได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นลวดลายสัตว์ รูปทรงธรรมชาติ หรืองานแนวศิลปะที่ต้องการเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งวัสดุประเภทอื่นอาจทำได้จำกัดกว่า ในด้านความทนทานรูปปั้นแต่งสวนปูนปั้นเหมาะกับการใช้งานกลางแจ้งเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากสามารถทนแดด ทนฝน และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ดี หากผลิตและบ่มปูนอย่างถูกต้อง รวมถึงมีการเคลือบผิวที่เหมาะสม จะช่วยยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานหลายปี โดยยังคงรูปทรงและพื้นผิวที่สวยงาม อีกหนึ่งข้อได้เปรียบคือความยืดหยุ่นด้านการออกแบบ งานปูนปั้นสามารถปรับขนาด รูปทรง และรายละเอียดให้เหมาะกับพื้นที่จริงได้ ไม่ว่าจะเป็นสวนขนาดเล็กหรือพื้นที่โล่งขนาดใหญ่ ทำให้เจ้าของสวนสามารถเลือกงานที่สอดคล้องกับแนวคิดการจัดสวนได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้งานปูนปั้นยังให้ความรู้สึกหนักแน่น มั่นคง และกลมกลืนกับธรรมชาติ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ช่วยเสริมบรรยากาศของสวนให้ดูมีคุณค่าและน่าใช้งานในระยะยาว ข้อควรรู้ในการดูแลรักษารูปปั้นแต่งสวนปูนปั้น แม้ว่ารูปปั้นแต่งสวนปูนปั้นจะเป็นงานที่มีความแข็งแรงและเหมาะกับการใช้งานกลางแจ้ง แต่การดูแลรักษาอย่างถูกวิธีก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยยืดอายุการใช้งานและคงความสวยงามของผิวงานไว้ได้นานขึ้น สิ่งแรกที่ควรให้ความสำคัญคือการทำความสะอาด […]

Read More
07/04/2026
บำรุงรักษาปูนปั้นอย่างถูกวิธี รักษาศิลปะให้อยู่คู่กาลเวลา

งานปูนปั้นถือเป็นหนึ่งในศิลปกรรมที่มีคุณค่ามากที่สุดของสถาปัตยกรรมไทย ทั้งในวัดวาอาราม พระอุโบสถ หรืออาคารเก่าทางประวัติศาสตร์ ความละเอียดอ่อนของลวดลายและเทคนิคการสร้างสะท้อนให้เห็นถึงฝีมือของช่างและจิตวิญญาณของยุคสมัย แต่เมื่อเวลาผ่านไป ปูนปั้นจำนวนมากต้องเผชิญกับความเสื่อมสภาพจากสภาพอากาศ ความชื้น มลภาวะ รวมถึงการซ่อมแซมที่ไม่ถูกวิธี การบำรุงรักษาปูนปั้นอย่างเข้าใจและถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อยืดอายุของงานศิลปะและรักษาคุณค่าทางวัฒนธรรมให้คงอยู่คู่สังคมไทย การบำรุงรักษาที่ดีไม่ได้หมายถึงการทำให้ปูนปั้นดูใหม่ แต่คือการรักษาความงดงามในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด โดยเคารพวัสดุเดิมและฝีมือของช่างในอดีต การเข้าใจธรรมชาติของเนื้อปูน เทคนิคดั้งเดิม และเลือกใช้วิธีซ่อมที่เหมาะสม คือหัวใจสำคัญของการรักษาศิลปะประเภทนี้ให้คงอยู่คู่กาลเวลา ทำไมต้องบำรุงรักษาปูนปั้น ความสำคัญในสถาปัตยกรรมไทย งานปูนปั้นไม่ใช่แค่ลวดลายประดับบนอาคาร แต่เป็นหลักฐานสำคัญที่บอกเล่าเรื่องราวของสังคมไทยในแต่ละยุค ตั้งแต่ความเชื่อ ศรัทธา ไปจนถึงความเชี่ยวชาญของช่างฝีมือ ซึ่งบางเทคนิคแทบสูญหายไปแล้วในยุคปัจจุบัน ดังนั้นการบำรุงรักษาปูนปั้นจึงไม่ใช่แค่การซ่อมแซมสิ่งก่อสร้างให้ใช้งานได้ แต่คือการรักษาอัตลักษณ์ทางศิลปกรรมที่สะท้อนจิตวิญญาณ ความคิด และวิถีชีวิตของคนไทยเอาไว้ หากปล่อยให้เกิดการเสื่อมสภาพโดยไม่ดูแล เช่น การแตกร้าว น้ำซึม มอสขึ้น หรือเกิดการหลุดร่อน ความเสียหายเหล่านี้อาจลุกลามจนไม่สามารถซ่อมให้กลับคืนเหมือนเดิมได้ และหากซ่อมผิดวิธี เช่น ใช้ปูนซีเมนต์แทนปูนดั้งเดิม ก็อาจทำให้เนื้อวัสดุหายใจไม่ได้ เกิดแรงดันภายในจนแตกร้าวหนักกว่าเดิมในระยะยาว นอกจากนี้ยังอาจทำให้ความงามและเอกลักษณ์ของงานศิลป์ดั้งเดิมสูญหายไปด้วย การบำรุงรักษาปูนปั้นที่ดีจึงเป็นมากกว่าการซ่อม แต่เป็นการมองเห็นคุณค่าและเรียนรู้วิธีดูแลอย่างเคารพต้นฉบับ ทั้งด้านวัสดุ เทคนิค และความหมายของศิลป์ในแต่ละรายละเอียด การดูแลอย่างถูกต้องไม่เพียงช่วยยืดอายุปูนปั้นให้คงทนเท่านั้น แต่ยังเป็นการสืบทอดศิลปวัฒนธรรมไทยให้คนรุ่นหลังได้เห็น ได้ศึกษา และได้ภาคภูมิใจไปอีกยาวนาน ทำความรู้จักวัสดุและธรรมชาติของปูนปั้นก่อนบำรุงรักษา การบำรุงรักษางานปูนปั้นให้ถูกวิธีจำเป็นต้องเข้าใจธรรมชาติของวัสดุเดิมเสียก่อน […]

Read More
31/03/2026
ปูนปั้นภาคเหนือ มรดกศิลป์ล้านนาที่เล่าเรื่องราวผ่านลวดลาย

ศิลปะปูนปั้นภาคเหนือเป็นมากกว่าการตกแต่งอาคารหรือเจดีย์ หากแต่คือภาษาของศรัทธาที่บันทึกเรื่องราว วิถีชีวิต และความเชื่อของผู้คนในอดีตกาลไว้บนผนังวัดและเจดีย์แต่ละแห่ง ลวดลายที่เห็นไม่ได้เกิดจากความงามเพียงอย่างเดียว แต่ทุกเส้นสายล้วนแฝงด้วยความหมาย เช่น ลายเถาไม้เลื้อยที่สื่อถึงการเติบโตไม่สิ้นสุด หรือรูปสัตว์หิมพานต์ที่สื่อถึงโลกแห่งธรรมและความคุ้มครองตามคติพุทธศาสนา งานปูนปั้นจึงกลายเป็นบันทึกศิลป์ที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ของล้านนา ตั้งแต่ยุครุ่งเรืองของอาณาจักรเชียงใหม่จนถึงปัจจุบัน หลายวัดยังคงรักษาฝีมือของช่างปั้นรุ่นเก่าไว้อย่างงดงาม ขณะเดียวกันก็มีการฟื้นฟูและสร้างสรรค์ลวดลายใหม่โดยช่างรุ่นหลัง เพื่อให้มรดกทางศิลปะแขนงนี้ยังคงมีชีวิตอยู่ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลง รู้จักปูนปั้นภาคเหนือ ศิลปะที่ซ่อนอยู่ในทุกซอกมุมของวัดล้านนา เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่วัดในภาคเหนือ หลายคนอาจมองเห็นเพียงความสงบงามของสถาปัตยกรรม แต่หากลองสังเกตให้ลึกลงไป จะพบว่าตามกรอบประตู หน้าบัน หรือฐานเจดีย์ ล้วนประดับด้วยปูนปั้นที่ละเอียดประณีตจนแทบไม่น่าเชื่อว่าทำจากวัสดุเรียบง่ายอย่างปูน ดิน และทราย งานปูนปั้นภาคเหนือเหล่านี้คือศิลปะที่ซ่อนอยู่ในทุกมุมของวัดล้านนา บางชิ้นเก่าแก่กว่า 500 ปี แต่ยังคงความงดงามชวนหลงใหล ศิลปะปูนปั้นไม่เพียงตกแต่งวัดให้ดูสง่างาม หากแต่เป็นสื่อกลางที่ถ่ายทอดเรื่องราวทางศาสนาและวัฒนธรรมของผู้คนในยุคล้านนา ลวดลายแต่ละแบบจึงเปรียบเสมือนหนังสือภาพที่บันทึกคติธรรม ความเชื่อ และความสามารถของช่างฝีมือในแต่ละยุคไว้ได้อย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นลายกระหนกที่แสดงถึงพลังศักดิ์สิทธิ์ หรือรูปสัตว์หิมพานต์ที่แฝงความหมายเชิงคติ ปูนปั้นภาคเหนือจึงไม่ใช่แค่งานตกแต่ง แต่คือร่องรอยของความศรัทธาที่กลายเป็นศิลปะให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชม จุดกำเนิดของงานปูนปั้นภาคเหนือในดินแดนล้านนา ศิลปะปูนปั้นภาคเหนือมีรากลึกโยงใยกับพัฒนาการของอาณาจักรล้านนา ซึ่งรุ่งเรืองขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 19–21 โดยรับอิทธิพลจากหลายวัฒนธรรมรอบด้าน ทั้งหริภุญชัย มอญ พม่า สุโขทัย และจีนตอนใต้ แต่สิ่งที่ทำให้งานปูนปั้นของล้านนาโดดเด่นไม่เหมือนใคร คือการผสมผสานศรัทธาในพุทธศาสนา เข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่นของช่างพื้นบ้านอย่างกลมกลืน ในยุคแรกงานปูนปั้นถูกใช้ประดับฐานเจดีย์และวิหาร เพื่อสื่อถึงคติทางธรรม เช่น […]

Read More

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ติดต่อเรา
ปูนปั้นช่างบรรจง รับปั้นรูปสัตว์ต่างๆ
ไก่ปูนปั้น ช้าง ม้า วัว ควาย ช้างทรง ม้าทรง ราคาถูกสั่งได้สอบถามก่อนได้ครับ
ติดต่อเราติดต่อเราFacebookติดต่อเรา
สถานที่ตั้งหน้าร้าน...
ร้านตั้งอยู่ก่อนถึงหมู่บ้านนนท์ณิชาบางใหญ่ 2 ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี